amazon

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

แค่สระผมให้ถูกต้องคุณก็มีสุขภาพผมสวยได้




       อยากมีผมสวยกันมั้ยคะสาวๆ ถ้าใช่.. วันนี้เรามีวิธีทำให้ผมสวยสุขภาพดีในแบบง่ายแสนง่าย นั่นก็คือ การสระผมอย่างถูกต้องนั่นเอง 

      1. หวีผมด้วยหวีซี่ห่างตั้งแต่โคนจรดปลายเพื่อขจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ และจะได้แก้ปัญหาผมที่พันกันไม่ให้ยิ่งจับตัวพันกันยุ่งเหยิงมากขึ้น

      2. ก่อนสระผมจะต้องล้างผมด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกก่อน

      3. เทแชมพูลงบนฝ่ามือแล้วชโลมลงบนเส้นผมบริเวณกึ่งกลางผมหรือเริ่มสาวตั้งแต่ส่วนปลายขึ้นมา ไม่แนะนำให้เทแชมพูแล้วโปะวางกลางศีรษะหรือเทใส่หนังศีรษะโดยตรง เพราะจะยิ่งทำให้หนังศีรษะมันและยากต่อการล้างออกให้สะอาดได้ง่าย

      4. หลังจากสระด้วยแชมพูเสร็จแล้ว ควรชโลมด้วยครีมนวดผมต่อไปค่ะ แล้วหมักทิ้งไว้ 2-3 นาทีจึงค่อยล้างออกให้สะอาด

      5. หลังจากล้างผมให้สะอาดแล้วควรบีบปลายผมเพื่อไล่น้ำออกจนหมด จากนั้นซับผมให้ทั่วจนแห้งหมาดด้วยผ้าขนหนูผืนนุ่ม ไม่ควรขยี้ผมแรงๆ ด้วยผ้า ไม่เช่นนั้น เส้นผมจะขาดหลุดร่วงได้และยังนำปัญหาผมแห้งกรอบมาสู่เส้นผมได้ด้วย

      6. ก่อนไดร์ผมหรือเป่าผมให้แห้ง แนะนำให้ใส่เซรั่มบำรุงก่อน โดยเฉพาะสาวที่มีปัญหาผมแห้งเสียหรือผมแตกปลาย หากคุณทำผมด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าต่อจากนี้ ยิ่งควรใส่เซรั่มป้องกันความร้อนและจะได้ช่วยเคลือบถนอมผมด้วยวิตามินบำรุงให้เส้นผมชุ่มชื้นขึ้น

      7. หวีผมด้วยหวีซี่ห่างเท่านั้นและหวีอย่างเบามือ จากนั้นไดร์ผมโดยเป่าผมห่างจากหนังศรีษะ ไม่ควรจ่อไดร์ชนิดใกล้กับผมมากเพื่อป้องกันสภาพผมแห้งฟูมากขึ้น แต่หากสาวๆ ไม่ได้รีบร้อนออกจากบ้านไปไหนก็อาจจะปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติหรือใช้ไดร์เป่าแบบเย็นหรือจะนั่งเป่าด้วยพัดลมแทนก็ได้

      เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ สำหรับขั้นตอนการสระผมอย่างถูกต้องที่เรานำมาฝาก ไม่ยากวุ่นวายกันเลยใช่มั้ยคะ สำหรับสาวคนไหนที่มีปัญหาผมแห้งเสียมากและมีผมแตกปลายให้กังวลใจอีกด้วย ก่อนสระผมอาจจะหมักผมด้วยน้ำมันมะกอกหรือชโลมด้วยน้ำมันมะพร้าวทิ้งไว้ก่อน โดยเน้นบริเวณปลายให้มากๆ หมักทิ้งไว้เช่นนั้นสัก 5-10 นาทีก่อนสระ สูตรนี้สามารถทำได้ทุกครั้งเลยค่ะ รับรองมันจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้สุขภาพผมแข็งแรงมากขึ้น

       พร้อมกันนี้ อย่าลืมนวดหนังศีรษะด้วยปลายนิ้วพร้อมกันหรือนวดตอนสระก็ได้ รากผมจะได้แข็งแรง เพิ่มการผ่อนคลายให้ตัวคุณและกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดทำให้สารอาหารไปบำรุงรากผมและคุณก็จะมีผมสวยสุขภาพดีได้ดั่งใจ

ปั่นจักรยานถูกวิธี ช่วยให้ขาเรียวขึ้นได้นะ

ปั่นจักรยานถูกวิธี ช่วยให้ขาเรียวขึ้นได้นะ


       คุณรู้หรือไม่ว่า…นักปั่นจักรยานอาชีพเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 5,000 แคลอรี่ หรือเท่ากับการทานข้าวมันไก่ประมาณ 10 จานต่อการแข่งระยะทาง 200 กิโลเมตร !

       แล้วสำหรับตอนนี้กระแสจักรยานก็กำลังมาแรงอยู่ หากว่าสาว ๆ คนไหนกำลังลังเลว่าจะปั่นจักรยานดีไหม หรือจะปั่นแล้วน่องโตแทนที่หรือเปล่า อันนี้ต้องอยู่ที่การปรับอุปกรณ์ของจักรยานให้เข้ากับตัวเอง แล้วก็ปั่นในระยะทางที่ได้ กับกำลังขาที่พอเหมาะด้วยล่ะค่ะ

      หลายคำแนะนำกับหลายกูรูเรื่องการปั่น แต่สำหรับนักปั่นหน้าใหม่ จะลองปั่นวันละ 2 ชั่วโมง ก่อนก็ได้ ปั่นเบา ๆ ไม่ใช้แรงมาก เพราะแรงขายังไม่พร้อมในตอนแรก ๆ และไม่ต้องสนใจระยะทางมากนัก ให้ทำเวลาได้ก่อนพอทำได้แล้วก็ค่อยเพิ่มแรง เพิ่มเวลา และเพิ่มระยะทาง

      แต่มีเทคนิคนิดนึงก่อนจะขึ้นบนเจ้าสองล้อ ทุกครั้งให้วอร์มร่างกายด้วยจักรยานร่างกายประมาณ 5-10 นาที แล้วปั่นช้า 10 วินาที สลับกับปั่นเร็ว 20 วินาที ทำสลับไปมาครบ 8 รอบ แล้วผ่อนเพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ปกติอีก 5 นาที เพื่อช่วยให้มีแรงในการปั่นต่อได้นานตามเวลาที่ต้องการ สุขภาพดีแถมยังทำให้ขาเรียวขึ้นด้วย

บริจาคเลือดแล้วอ้วน...จริงไหม ?




       บริจาคเลือด เป็นกิจกรรมที่สำคัญมากในสังคมปัจจุบันเพราะ เป็นความช่วยเหลือโดยตรงต่ออีก คนหนึ่งหรือหลายคน แต่หลายคนบ่นว่าไม่ค่อยชอบ บริจาคเลือด หรือไม่เคยบริจาคเลย ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป เหตุผลหนึ่งที่ได้ยินบ่อยครั้งมากในกลุ่มสาวๆ คือไม่อยาก บริจาคเลือดเพราะกลัวอ้วน

      ในแฟชั่นนิยมผอมอย่างทุกวันนี้ ความเชื่อนี้ก็น่ากลัวอยู่หากเป็นความจริง เราไปถามผู้เชี่ยวชาญของสภากาชาดไทยเธอยอมรับว่ามีหลายคนที่เข้าใจผิดในเรื่องนี้จนเกิดความลังเลที่จะมา บริจาคเลือด แต่หลักฐานจากตัวจริงเสียงจริงของผู้ที่ บริจาคเลือด ถูก 3 เดือนก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพราะเธอและเขาเหล่านั้นแทนที่จะอ้วนตามเสียงลือเสียงเล่าอ้าง กลับมีรูปร่างที่ดีและมีสุขภาพที่สมบูรณ์ขึ้นกว่าเก่า

      ชมรมผู้ บริจาคเลือด 100 ครั้งเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะสมาชิกกว่า 1,000 คนในชมรมแทบจะหาผู้ที่มีรูปร่างเกินพอดีไม่ได้เลยทั้งหญิงและผู้ชาย คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี อดีตนางสาวไทย บริจาคเลือด มาแล้วถึง 27 ครั้ง ตั้งแต่ก่อนสวมมงกุฎ ก็มีรูปร่างที่สวยงามเพรียวลมสมกับความเป็นยอดหญิงงามของประเทศ

      สิ่งเดียวที่น่ากังวลคือเรื่องของธาตุเหล็ก บางคนมา บริจาคเลือด แล้วกลัวอ้วน เพราะความเชื่อที่ผิด จึงรับประทานแต่น้อยหรือไม่รับประทานเลย ทำให้สูญเสียโอกาสที่ร่างกายจะผลิตธาตุเหล็กมาชดเชยกับการ บริจาคเลือด ความจริงแล้วทางผู้รับ บริจาคโลหิต แทบทุกแห่ง จะขอให้ผู้ บริจาคเลือด รับประทานยาเสริมธาตุเหล็กหลังการให้เลือดทุกครั้ง ซึ่งเพียงพอและเป็นผลดีต่อร่างกายอยู่แล้ว การรับประทานอาหารที่เพียงพอและมีประโยชน์ต่อร่างกายจึงควรเป็นไปเช่นเดิม

      ความจริงก็คือ บริจาคเลือดจะทำให้ร่างกายมีความสดชื่นและมีการหมุนเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ด้วยซ้ำ ผิวพรรณจึงเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล เราจึงควรช่วยกัน บริจาคเลือด เพื่อคนอื่นและเพื่อตัวเองด้วย

แกงเหลือง ฆ่าเซลล์มะเร็งเพิ่ม 15 เท่า




        อาหารไทยหลายชนิดเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องแกงต่าง ๆ ที่อุดมไปด้วยสมุนไพรไทยตามตำรับยา ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้ อย่าง แกงเหลือง อาหารภูมิปัญญาของชาวภาคใต้ สามารถทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติ

       ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล นักวิชาการจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการทดลองสารสกัดของน้ำพริกแกง 4 ชนิด ได้แก่ น้ำพริกแกงป่า แกงเลียง แกงส้ม และน้ำต้มยำ นำมาเลี้ยงเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว พบว่า น้ำแกงป่า น้ำแกงเลียง และน้ำแกงส้ม มีศักยภาพให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์อื่นในร่างกาย ได้มากถึง 45% ขณะที่ แกงเหลือง ทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีก 15 เท่า ดีกว่าการใช้ยาถึง 2 เท่า

       งานวิจัยนี้สรุปได้ว่า การบริโภคอาหารไทย อย่าง แกงเลียงกุ้งสด ห่อหมกใบยอ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ข้าวสวย หรือข้าวเหนียว ส้มตำใส่แครอท ไก่ทอดสมุนไพร ต้มยำ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง ซึ่งสอดรับกับงานวิจัยระดับโลกที่ว่า อาหารการกินเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนห่างไกลมะเร็งได้

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ยา




      ภญ.รศ.ดร.บุษบา จินดาวิจักษณ์ อุปนายกสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า โดยปกติคนไทยเป็นคนที่มีนิสัยง่ายสบายๆ อยู่แล้ว เมื่อจำเป็นต้องใช้ยาสามัญประจำบ้านที่คุ้นเคย จึงอาศัยความเคยชิน ใช้ยาตามคำบอกเล่าของบุคคลต่างๆ โดย 4 ข้อหลักๆ ที่เป็นความเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับการใช้ยาที่มักพบบ่อย มีดังนี้

      1. ทายาหม่องทันทีเมื่อฟกช้ำ เป็นเรื่องเคยชินเมื่อเกิดหกล้ม กระทบกระแทกจนได้แผลบวมฟกช้ำดำเขียว และปวด คนส่วนใหญ่จะหยิบยาหม่องขึ้นมาถูนวดบรรเทาอาการทันที แต่แท้จริงแล้วเมื่อร่างกายได้รับแรงกระแทก เส้นเลือดฝอยบริเวณผิวหนังจะขาดทำให้มีเลือดคั่งเกิดขึ้น ก่อให้เกิดอาการบวมและปวด

       ซึ่งหากทายาหม่องทันทีจะทำให้บวมมากขึ้น เพราะเมื่อขี้ผึ้งเสียดสีกับร่างกายโดยการถูนวด จะทำให้เกิดความร้อนและส่งผลให้เส้นเลือดฝอยขยายตัว เลือดจึงยิ่งมาคั่งบริเวณนั้นมากขึ้น ทำให้บวมยิ่งขึ้นอีกด้วย

      การรักษาที่ถูกต้องควรใช้ผ้าเย็นประคบ เพื่อทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัว แล้วอาการบวมจะยุบลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งความเย็นยังช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงด้วย หลังจากนั้นจึงทายาหม่องที่มีตัวยาระงับอาการเจ็บปวด ลดอักเสบ

      2. ยาแก้ไอกินคนเดียวจิบจากขวดสะดวกดี ไม่ควรจิบยาแก้ไอจากขวดโดยตรง เพราะเชื้อโรคจากปากและคอจะลงไปปนในขวดยาได้ นอกจากนี้ขนาดยาที่ได้รับในแต่ละครั้งจะไม่เท่ากัน เพราะจะจิบเล็กจิบใหญ่ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะผู้ป่วยบางรายจะจิบยาแก้ไอทุกครั้งเมื่อไอ อาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด แม้อาจไม่เป็นอันตรายร้ายแรงนัก แต่หากเป็นยาแก้ไอที่มีตัวยาโคดีอีนเป็นส่วนผสม หรือยาแก้ไอน้ำดำ

      หากจิบอึกใหญ่เกินไปหรือถี่เกินไป อาจจะได้ปริมาณยามากเกินไปจนอาจกดการหายใจได้ การใช้ยาที่ถูกต้องควรใช้ช้อนมาตรฐานตวงยารับประทานทุกครั้ง และมีช่วงห่าง 4-6 ชั่วโมงให้แน่นอน (1 ช้อนชา เท่ากับ 5 ซีซี, 3 ช้อนชา เท่ากับ 1 ช้อนโต๊ะ)

      3. ลืมกินยามื้อหนึ่งรวบยอดไปมื้อถัดไป เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง การกินยาแบบรวบยอดไปมื้อถัดไป อาจส่งผลให้ได้รับยาเกินขนาด โดยเฉพาะในกลุ่มที่กินยาปฏิชีวนะหรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น

      เพราะหากระดับยาในเลือดสูงๆ ต่ำๆ จะทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร การใช้ยาที่ถูกต้อง หากลืมกินยามื้อหนึ่งควรกินทันทีเมื่อนึกได้ แต่ไม่ควรรวบเป็น 2 เท่าในมื้อถัดไป และควรกินยาอย่างสม่ำเสมอทุกวันตามเวลาที่กำหนดเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด

      4. ลืมกินยาคุมกำเนิดบางวันคงไม่เป็นไร ในกรณีนี้หากลืมกินยาคุมกำเนิดให้รีบกินทันทีที่นึกได้แต่ไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมงนับจากเวลาที่กินปกติ เพราะอาจทำให้การคุมกำเนิดไม่ได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลืมกินในช่วง 7-10 เม็ดแรก ควรหยุดยาและเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิดเป็นการใช้ถุงยางอนามัย

      หลังจากหยุดยาแผงนั้นและมีเลือดประจำเดือนออกแล้ว ก็เริ่มยาแผงใหม่ได้ แต่หากลืมกินในเม็ดที่ 15 ของแผงไปแล้วอาจไม่ส่งผลต่อการคุมกำเนิด

      การใช้ยาที่ถูกต้อง ควรกินยาอย่างสม่ำเสมอทุกวันและตรงเวลา เพื่อให้ระดับยาในเลือดสม่ำเสมอ ลดโอกาสที่จะมีเลือดออกและการคุมกำเนิดจึงจะได้ผลเต็มที่

      การใช้ยามีเคล็ดลับง่ายๆ เพียงใช้ตามที่ฉลากเขียนไว้ ใช้ตรงเวลา ไม่ขาดยา หากไม่เข้าใจหรือมีข้อสงสัยให้ปรึกษาเภสัชกร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของการใช้ยา เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีของคุณเอง

พฤติกรรมเพื่อคงความฟิตแอนด์เฟิร์ม




       อยากคงหุ่นสวยสุดเพอร์เฟ็กต์เอาไว้ ก็วิธีที่เรารู้ๆ กันอยู่คือการออกกำลังกาย และการควบคุมอาหาร แต่จะมีทริคเด็ดๆ เพิ่มเติมอะไรบ้างมาดูกัน

   1. ออกกำลังกายแม้จะมีเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น
      การเข้ายิมเป็นอะไรที่เวิร์กสุดๆ ถ้าเราสามารถวางแผนและจัดสรรเวลาได้อย่างลงตัว แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คิวชีวิตไม่ลงตัวขึ้นมา เวลาแค่ 15 นาทีก่อนอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปตามนัดหมายก็สามารถออกกำลังกายได้ง่ายๆ แค่เปิดเพลงที่ชอบแล้วเต้นไปตามจังหวะ ยิ่งร้องตามด้วยเสียงดังๆ ก็จะยิ่งเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้คุณ

   2. สร้างความรู้สึกว่าอยากออกกำลังอยู่เสมอ
      พยายามคิดถึงความสุขที่จะได้จากการออกกำลังกาย จินตนาการถึงผลลัพธ์ที่จะได้จากการออกกำลังกาย ทั้งรูปร่างที่ดีขึ้น สุขภาพแข็งแรงขึ้น นอนหลับสบายขึ้น เมื่อนึกถึงความรู้สึกดีๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกายอยู่เสมอก็จะเกิดแรงจูงใจให้อยากออกกำลังกายโดยอัตโนมัติ

   3. ลงทุนกับแกดเจ็ตเพื่อสุขภาพ
      แม้จะมีราคาแพงสักหน่อยแต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะอุปกรณ์ที่ช่วยแทร็คจำนวนครั้งในการเคลื่อนไหวร่างกาย การออกกำลังกาย และคำนวณออกมาเป็นจำนวนแคลอรี่จะช่วยเตือนให้เราบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน นอกจากจะออกกำลังกายได้ตามเป้าแล้ว ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกภูมิใจให้อีกด้วย

   4. เพิ่มความหลากหลายในการออกกำลังกาย
      เล่นโยคะ 1 วัน เข้ายิม 1 วัน จากนั้นก็เปลี่ยนไปวิ่งในสวนสาธารณะอีก 1 วัน นี่คือตัวอย่างการกระจายลักษณะการออกกำลังกายให้หลากหลาย ซึ่งคุณสามารถออกแบบเองได้ วิธีนี้จะทำให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่อ แถมยังช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้อีกด้วย

   5. ออกกำลังกายแบบไม่ต้องรอโอกาส
      แม้จะไม่มีช่วงเวลาที่ต้องฟิตหุ่นเป็นพิเศษอย่างการเป็นเจ้าสาวหรือเพื่อนเจ้าสาว หรือแม้แต่การไปปาร์ตี้ครั้งใหญ่ในชุดรัดรูปที่ต้องความเพอร์เฟ็กต์ของร่างกาย ทุกคนก็ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ไม่ต้องฟิตอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อเป้าหมายชั่วคราว ควรทำให้เป็นกิจวัตรจะเวิร์กกว่า

   6. ไม่ต้องถึงกับงด แค่ลดก็พอ
      ใครที่สาบานว่าจะลาขาดของหวาน ขนมปัง หรือช็อคโกแลต ขอบอกว่าอย่าทำค่ะ มันดูโหดร้ายเกินไป เราจะรู้สึกถึงความกดดัน เผลอๆ จะทำให้ตบะแตกได้ง่ายๆ แทนที่จะหักห้ามใจแบบเต็มขั้น สาวๆ ควรจะรับประทานทุกอย่างแต่อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะจะดีกว่าค่ะ

   7. อย่าดื่มในช่วงวันทำงาน
      แค่ทำงานวันจันทร์-ศุกร์ พวกเราก็เหนื่อยจนแทบจะคลานกันแล้ว ฉะนั้นอย่าดื่มหลังเลิกงานจะดีกว่า ยิ่งถ้าใครต้องเข้างานตอนเช้าด้วยแล้ว การดีดตัวออกจากที่นอนจะยากขึ้นเป็นสองเท่า ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าในงานทำงานจะลดลง แต่สิ่งได้เพิ่มขึ้นคือแคลอรี่ทั้งจากเครื่องดื่มและของกินเล่นที่เรียงรายอยู่รอบโต๊ะ แนะนำให้ดื่มในวันหยุดสุดสัปดาห์จะดีกว่า เพื่อจะได้นอนชดเชยอย่างเพียงพอ แล้วอย่าลืมตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้าเพื่อเบิร์นด้วยนะคะ

   8. ออกกำลังกายที่บ้านถ้าไม่สามารถไปยิมได้
      จะกลัวอะไรถ้ามีอินเทอร์เน็ต นี่คือโอกาสที่จะได้รู้ถึงกลเม็ดเคล็ดลับในการออกกำลังกายใหม่ๆ แบบสั่งได้ ว่าแล้วก็หยิบอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วออกมาและเริ่มต้นออกกำลังกายกันได้เลย เห็นมั้ยคะว่าไม่ต้องออกจากบ้านก็ฟิตแอนด์เฟิร์มได้

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เลิกบุหรี่ด้วยบันได 8 ขั้น


การเลิกบุหรี่ต้องอาศัยกำลังใจ ความเข้มแข็ง และตั้งใจจริง ถ้าคุณเป็นผู้หนึ่งที่คิดจะเลิกบุหรี่วันไหนก็แล้ว แต่ ที่ถือเป็นวันดีสำหรับคุณ ลองปฏิบัติตามข้อแนะนำต่อไปนี้ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หวนกลับไปหาบุหรี่อีกเลย

1. ทิ้งบุหรี่ที่มีอยู่ให้หมด หาให้ทั่วว่าซุกซ่อนบุหรี่ไว้ที่ไหนบ้าง พบแล้วโยนทิ้งให้หมดไม่เหลือแม้กระทั่งมวนเดียว ไม่ว่าจะมีราคาแพงแค่ไหนก็อย่าเสียดายเป็นอันขาด
2. ที่เขี่ยบุหรี่ก็ทิ้งไปด้วย กรณีที่เสียดายเพราะเป็นเครื่องตกแต่งราคาแพง อาจจะยกให้คนอื่นไป หรือนำไปเก็บไว้ในที่ที่คุณแน่ใจว่าจะไม่มองเห็นหรือหยิบออกมาได้โดยง่าย
3. เปลี่ยนทรงผม จะได้ดูว่าเรากำลังจะเป็นคนใหม่
4. ทำความสะอาดบ้านและเครื่องเรือนทั้งหมด รวมทั้งเสื้อผ้าก็นำมาซักให้สะอาด ให้กลิ่นบุหรี่หมดไป จริงอยู่คนสูบบุหรี่จะไม่ได้กลิ่นเหล่านี้หรอก เพราะความเคยชิน แต่เมื่อเลิกแล้ว คุณจะได้กลิ่นบุหรี่

5. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพราะจะ ช่วยชำระล้างนิโคตินออกจากร่างกาย และยังช่วยบรรเทาอาการอยากบุหรี่ได้ด้วย
6. ลดปริมาณสารกาเฟอีนในชาและกาแฟ โดยก่อนการเลิกบุหรี่จะต้อง พยายามลดปริมาณสารกาเฟอีนนี้ให้ได้ประมาณครึ่งหนึ่งของที่เคยดื่มในแต่ละวัน
7. ออกกำลังกาย เพราะนอกจาก จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้เราเอาใจออกห่างจากบุหรี่ได้ด้วย
8. หาเพื่อนที่มีความต้องการจะเลิกบุหรี่ด้วยกันสักคน แล้วเลิกพร้อมกันเพื่อที่จะได้เป็นที่ปรึกษา คอยเตือนและคอยให้กำลังใจกัน หรืออาจจะเป็น การหาแรงบันดาลใจอื่น เช่น เลิกเพื่อลูก เลิกเพื่อบิดามารดา หรือคนรักก็ได้